jQuery Responsive Tabs
VoX Wah Wah V845 จบ 22/10/57
THB  1,555.00
Cort MR710F ปิด 27/10/57
THB  4,600.00
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวกีตาร์กันหน่อยครับกับ "Yamaha A-Series Guitars"  (อ่าน 4505 ครั้ง)
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:47:56 »

Yamaha A-Series Guitars
A NEW LOOK. - A NEW FEEL. - A NEW SOUND.

สวัสดีครับ ขออณุญาตินำบทความกึ่งรีวิวมาให้ชมให้อ่านนะครับ สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่กำลังสนใจในกีต้าร์รุ่นใหม่จากทาง Yamaha กับตระกูล A-Series ซึ่งในรุ่นใหม่นี้จริงๆ ถูกวางจำหน่ายโดยเริ่มจากที่อมริกามาได้ประมาณราวๆ 2 ปีแล้ว ในตอนแรกจะวางจำหน่ายแค่ในอเมริกาเท่านั้น แต่ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจึงต้องวางจำหน่ายเพิ่มเติมทั่วโลก และประเทศไทยเราเพิ่งได้มีเข้ามาจำหน่ายได้ไม่นานนี้เอง ผมเองจะเล่าสู่กันฟังในเรื่องของจุดต่างๆ โดยที่มีการนำเอาบทความข้อมูลจากต่างประเทศ จากที่ต่างๆ นำมาเรียบเรียงใหม่และใช้คำที่เข้าใจง่าย อาจจะมีเพิ่มเติมในความคิดเห็นส่วนตัวเพิ่มเข้าไปบ้าง อย่างไรลองอ่านดูนะครับ ข้อมูลบางจุด อาจจะผิดไปบ้างก็ทักเข้ามาได้นะครับ ในการรีวิวครั้งนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมทำขึ้นมาสนุกๆ ไม่ได้มีเจตนาทางธรุกิจแต่อย่างใดนะครับ คำส่วนใหญ่อาจจะดูเป็นทางการไปบ้างแต่ก็ยังคงสามารถเข้าใจและนึกภาพตามไปได้อย่างดี หวังว่าคงจะสนุกและได้รู้จัก A-Series ไปได้ไม่มากก็น้อยนะครับ


* rdtx1.jpg (43 KB, 400x108 - ดู 202 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:48:20 »

ในอคูสติกกีต้าร์ตระกูลใหม่จากค่ายดนตรียักษ์ใหญ่ที่จะพูดถึงในวันนี้ คือ A-Series จากทาง  Yamaha มันมีจุดเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีทีมวิศวกรมืออาชีพหลายคนที่ทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ปรเทศ คือ อเมริกาและญี่ปุ่นร่วมกันออกแบบและสร้างมันขึ้นมาสำหรับ A-Series นี้ มี concept ในการออกแบบที่น่าสนใจ 3 จุดคือ A NEW LOOK. - A NEW FEEL. - A NEW SOUND. และมีการนำเอาเทคโนโลยีจำลองเสียงด้วยไมค์นั่นก็คือระบบ  SRT Technology มาใช้งานใน  A-Series และติดตั้งไว้ในรุ่นสูงของ series นี้ อย่าง  A-3 Series ที่จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีที่สุดยอดและเป็นที่กล่าวถึงกันมากในกีต้าร์อคูสติกไฟฟ้าจากทาง Yamaha


* ljkr2.jpg (44.71 KB, 240x180 - ดู 199 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:48:49 »

ในกีต้าร์อคูสติกไฟฟ้าทั่วไปในตลาดที่เราพบ มันจะมีหลักการทำงานอย่างง่ายสำหรับชุดภาคไฟฟ้า โดยมี piezo pickup ที่ฝังอยู่ใต้ saddle และทำให้มันสั่นสะเทือนในขณะเล่นและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าออกมา แต่มันขาดในเรื่องธรรมชาติของโทนเสียงของไม้แต่ละชนิดรวมถึงเสียงที่จะได้จากขนาดทรงของกีต้าร์ที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเวลาเราจะใช้มันเพื่อบันทึกเสียงหรือแสดงสดก็ตาม เสน่ห์ดังกล่าวมันจะหายไปอย่างน่าเสียดายถ้าเราไม่มีทุนหรือเวลาพอที่จะเซ็ทเครื่องมือโดยใช้ไมค์โครโฟนเพื่อบันทึกเสียงจริงๆ


* 9izp3.jpg (68.17 KB, 240x320 - ดู 277 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:49:39 »

ความมหัศจรรย์ของ SRT pickup system มันเริ่มมาจากระบบการจำลองเสียงไมค์โครโฟนโดยมีการทดลองการบันทึกเสียงจริงๆ และจะเก็บค่าเสียงอคูสติกกีต้าร์ตามธรรมชาติที่บันทึกไว้นั้นมารวบรวมเป็นคลังเสียงที่ถูกวางระบบไว้ใน SRT System และไม่เพียงแต่ในระบบ SRT pickup system มีแค่ไมค์เท่านั้น มันยังมีระบบ piezo pickup และสามารถผสมกันได้อย่างลงตัวและตอบสนองกับผู้เล่นได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งในเรื่องไดนามิค น้ำหนักเสียงต่างๆ  ในระบบไมโครโฟนมีการจำลองการวางไมค์แบบจ่อหรือการวางไมค์แบบกว้าง และทั้งหมดเป็นระบบดิจิตอลที่ถูกออกแบบและบันทึก ทดลอง ทดสอบจนสมบูรณ์ที่สุดที่คุณจะสามารถสัมผัสระบบของมันได้อย่างยอดเยี่ยมและยอมรับมันว่านั่นคือสิ่งมหัศจรรย์ที่จะทำให้ให้งานคุณมีคุณภาพและง่ายขึ้น !


* htee4 (1).jpg (27.32 KB, 240x115 - ดู 183 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:49:46 »

Yamaha SRT system มันจะช่วยให้คุณสะดวกทั้งในการบันทึกเสียงและการแสดงสด ด้วยฟังค์ชั่นสำคัญๆ ของมัน
- ชนิดการจำลองเสียงของไมค์ระดับโลกที่ใช้บันทึกถึง 3 ตัว
- จำลองการวางไมค์ 2 แบบ (แบบจ่อ , และแบบกว้าง)
- สามารถผสมสัญญาณทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน piezo และ microphone
- ความสามารถในการควบคุม resonance sound ของเสียงได้
- ระบบลด,ตัด Feedback อัตโนมัติ เพียงแค่คุณกดปุ่ม
- Equalizer 3 band
- Tuner ในตัวที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:50:01 »

ในระบบการจำลองด้วยไมค์ มีให้เลือกถึง 3 ชนิดของไมค์ที่ใช้บันทึกเสียงจริงและเป็นรุ่นที่นิยมมาก สามารถเลือกใช้ได้ตามสไตล์การเล่นของคุณ หากคุณจะบันทึกเสียงด้วยไมค์ที่มีคุณภาพดั่งทั้ง 3 รุ่นที่นำมาไว้ใน SRT System คุณจะมีค่าใช้จ่ายมากทีเดียว แต่ทั้งหมดมันถูกรวบรวมมาไว้แล้ว ใน SRT system


* 3mk45.jpg (37.44 KB, 400x221 - ดู 220 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:50:09 »

สวิตในตำแหน่งที่ 1
Neumann U67 – EQ ของมันกว้างและเหมาะกับแทบจะทุกสไตล์การเล่น แผ่น diagram mujมีขนาดใหญ่ทำให้ได้เสียงในการบันทึกที่ฟังดูเหมือนลักษณะบรรยากาศของห้อง studio ขนาดใหญ่
สวิตในตำแหน่งที่ 2
Neumann KM56 – ให้เสียงที่ฟังดูคม , ชัด และมีรายละเอียดที่มาก เหมาะกับ finger style picking
สวิตในตำแหน่งที่ 3
Royer R-122 – ไมค์โครโฟนชนิด  ribbon ในรูปแบบไมค์ชนิดนี้จะให้เสียงที่ฟังดูอบอุ่น และฟังดูกว้าง มีความหวาน กลมกล่อมและอคูสิติกที่ดี หมาะสำหรับผู้เล่นแนว Jazz และ Blues

คุณสามารถเลือกการจำลองไมค์ทั้ง 3 ชนิดได้ โดยที่คุณไม่ต้องคำนึงถึงความยากที่จะได้ในโทนเสียงนั้นๆ เพียงคุณเลือกและฟังมัน
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:50:24 »

3 ไมโครโฟนและการจำลองลักษณะการวางไมค์ อีกถึง 2 รูปแบบ
ในการเลือกไมค์ทั้ง 3 ชนิดและยังมีการจำลองการวางไมค์ที่ใช้จริงในระดับ studio และความสมจริงในการเล่นสด อีกถึง 2 รูปแบบ คือ ใช้ไมค์บันทึกอย่างใกล้ (Focus) คุณจะได้เสียงที่มีความคมชัด และอคูสติกของเสียงกีต้าร์ โดยไมค์ถูกจำลองการวางไว้ทางขวามือใกล้ sound hold และด้านหน้า
การวางไมค์แบบกว้าง (wide) มันจะได้ประโยชน์จากการวางไมค์ไว้ใกล้ (focus) และวางไว้ห่างเพื่อจับเสียงสะท้อน และบรรยากาศในห้อง เพื่อระยะความลึกของเสียงกีต้าร์


* 9ax66.jpg (32.39 KB, 400x191 - ดู 205 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:50:41 »

การควบคุมและการผสมทั้งระบบไมค์โครโฟนและ piezo อย่างสมบูรณ์แบบ

Resonance – จะทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกลักษณะเสียงสะท้อน , การสั่นสะเทือน และอคูสติกของเสียงกีต้าร์ได้ ลักษณะการวางไมค์ความกว้างของเสียง แต่การปรับนี้มันมีผลที่จะทำให้เกิดเสียงสะท้อน (feedback)ได้บ้าง
Blender (Mic.-P.U) – มันจะทำให้คุณสามารถเลือกการผสมเสียงการจำลองไมค์หรือระบบ piezo ได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความชอบ มันจะสามารถรวมกันได้มากหรือน้อยในทั้งสองฝั่งหรือจะเลือกชนิดใดชนิดหนึ่งก็ได้ (Mic, Piezo)


* aylw7.jpg (18.34 KB, 349x128 - ดู 187 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:51:02 »

AFR (Automatic Feedback Reduction)
ในการบันทึกหรือการเล่นสด อาจจะมีเสียงสะท้อน (feedback) ขึ้นมารบกวนได้ ทาง Yamaha SRT System เองมีระบบการตัดเสียงรบกวนนี้ออกไปด้วยขั้นตอนง่ายๆและเป็นธรรมชาติ เพียงคุณเจอเสียงสะท้อน , หอนในขณะที่คุณเล่นมัน เพียงคุณกดเลือกใช้งานของระบบ AFR เสียงรบกวนเหล่านั้นมันจะหายไปโดยการตัดช่วง EQ ของเสียงที่เกิด feedback โดยอัตโนมิติโดยที่ระบบนี้จะไม่ทำลายเสียงอันเป็นธรรมชาติและอคูสติกของเสียงกีต้าร์คุณ


* img_afr.png (17.55 KB, 96x125 - ดู 175 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #10 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:51:15 »

Tuner
ไม่เพียงแต่ระบบที่สุดยอดอย่างการจำลองไมค์ต่างๆ ที่ถูกวางไว้ใน SRT System มันยังขาดไม่ได้ที่จะมี  tuner ไว้ให้คุณใช้งานมันได้อย่างสะดวกและเที่ยงตรงแม่นยำมากที่สุด มันมีไฟแสดงผลที่ชัดเจน และมันจะแจ้งเตือนคุณก่อน 1 ชั่วโมงเมื่อถ่านคุณจะหมด


* img_tuner.png (14.87 KB, 96x125 - ดู 167 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #11 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:52:11 »

ความลับของไฟเลี้ยงวงจรที่เรา เปลี่ยนมัน !


ใน A-Series ของ Yamaha มันถูกเปลี่ยนรูปแบบชนิดของถ่านที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างถ่านชนิด 9V ที่เป็นก้อนสี่เหลี่ยม ซึ่งมาในรุ่นนี้มันถูกใช้ถ่านชนิด AA จำนวน 2 ก้อนแทน 
ในการใช้ถ่าน 9V มันถูกเรียกว่า PP3 systems และมันจะมีการลดระดับแรงดันไฟฟ้า เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานหลังจากการใช้งานระดับแรงดันไฟฟ้าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงในระบบ PP3 systems  มันจะมีแค่ 7.5V ทั้งๆ ที่เราใช้ถ่าน 9V และมันจะมีระดับแรงดันไฟฟ้าแค่นี้ไปจนถ่านจะหมดซึ่งมันไม่มีความเสถียรภาพในเรื่องของเสียงและระบบไฟเลี้ยงด้วย
ใน SRT System นี้ มันถูกใช้งานด้วยถ่านชนิด AA จำนวน 2 ก้อน และมันมีเสถียรภาพที่ดีกว่าแบบ PP3 system มาก  ในส่วนของระดับแรงดันของมันคงที่และวงจรสามารถเพิ่มให้มันมีแรงดันได้ถึง 11V เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและรักษาระดับแรงดันไฟจนถ่านมันหมดลง และระบบแจ้งถ่านหมดล่วงหน้า 1 ชั่วโมงก่อนที่ถ่านของคุณจะหมด คุณสามารถรู้ล่วงหน้าได้โดยที่ไม่ทำให้งานในขณะบันทึกเสียงหรือแสดงสดของคุณต้องหยุดชะงัก เพราะถ่นาของคุณหมดในขณะที่คุณใช้งานมัน


* img_batteries.png (39.2 KB, 211x135 - ดู 202 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #12 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:52:26 »

ในระบบ SRT - Studio Response Technology ที่เป็นภาคไฟฟ้าของกีต้าร์อคูสติกจากทาง Yamaha มันคุ้มค่ามากกับเงินที่คุณจ่ายไป รวมถึงคุณจะได้กีต้าร์ที่มีคุณภาพที่ดีไปด้วย แม้แต่กีต้าร์รุ่นอื่นที่มีต้นทุนการพัฒนาถึงหลายพันดอลล่าห์ก็ตาม มันยังไม่คุ้มค่าเท่านี้  เนื่องด้วยราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไป เรียกได้แค่ได้ใช้ชุด SRT System นี้กุ้มแล้ว อย่างไรก็ตาม Yamaha A-Series มันยังแบ่งรุ่นย่อยให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณที่คุณมี
รุ่นทั้งหมดในตระกูล A-Series จะมีจำนวนทั้งหมด 8 รุ่น คือ
A-3 Series- (แบ่งย่อยเป็น 4 รุ่น)
A3M
A3R
AC3M
AC3R
A-1 Series- (แบ่งย่อยเป็น 4 รุ่น)
A1M
A1R
AC1M
AC1R
โดยใน A-1 Series มันจะมีราคาที่ถูกกว่าในรุ่น A-3 Series มีการใช้ laminated เป็นส่วนประกอบในด้านข้างและด้านหลังของกีต้าร์ ระบบภาคไฟฟ้ามันถูกใช้ระบบ System A66 แทนที่จะเป็นรุ่น SRT System แต่มันสามารถใช้งานได้ดีเช่นกัน


* 05bl8.jpg (46.72 KB, 240x187 - ดู 194 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #13 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:52:43 »

และสำหรับในรุ่นของ A-3 Series มันใช้ไม้จริง (All Solid) ทั้งหมดในการผลิตลำตัว ซึ่งมันจะแตกต่างในเรื่องของเสียงที่ชัดเจนและไม้จริงจะมีการพัฒนาต่อยอดของเสียงได้ดีกว่า laminated และใน A-3 Series มันยังมี SRT professional preamp สำหรับมืออาชีพให้เลือกใช้
ในรหัส C ต่อท้ายชื่อรุ่นหลัก (AC3M, AC3R, AC1M, AC1R) มันคือรุ่นที่เป็น cutaways มีลำตัวเป็นทรง comcert มันมีขนาดที่สะดวกต่อการสะพายหรือนั่งเล่น เป็นกีต้าร์ขนาดกลางที่ยังให้เสียงที่ดี ชัดเจนแต่อาจจะด้อยกว่าบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในกีต้าร์ทรงที่มีลำตัวใหญ่กว่า
สำหรับรุ่นที่ไม่มี C (A3M, A3R, A1M, A1R) ต่อท้าย มันจะเป็นทรง "Dreadnought" ซึ่งเป็นทรงที่นิยมมากที่สุด มันให้เสียงปลายเบสที่ดีกว่าทรง concert เพราะมันมีปัจจัยในเรื่องของขนาดที่ใหญ่กว่านั่นเอง
รหัส "R" และ "M"
รหัส R จะย่อมาจาก Rosewood และ M จะย่อมาจาก Mohogany โดยใน 2 รหัสนี้จะมีให้เลือกทั้งใน A1 Series และ A3Series โดยในขณะที่ A1 จะใช้ Laminated และ A3 จะเป็น All Solid


* 27124_12080_1.jpg (68.1 KB, 240x187 - ดู 203 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #14 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:52:47 »

ความแตกต่างระหว่าง Lamintated และ Solid ที่ถูกใช้ด้านข้างและด้านหลัง
สำหรับ Laminated มันมีราคาถูกกว่าและการพัฒนาของเสียง แน่นอน! มันสู้ไม้แท้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ Laminated ก็เป็นที่นิยมและคุณภาพที่มาตรฐานหรือไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดด้วยซ้ำไป หากคุณเลือกที่จ่ายในรุ่น A-3 Series ได้ สิ่งที่คุณจะได้กลับมา คือลายไม้ที่สวย ชัดเจน โทนเสียงของไม้ที่คุณเลือก ฮาร์โมนิค ไดนามิค อคูสติกซาวด์ที่ดี และเสียงที่จะมีการพัฒนาได้ต่อเนื่องและดีขึ้นตามลำดับเมื่อคุณยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ และหากคุณเลือกซื้อในรุ่น A-3 Series คุณจะได้ภาคไฟฟ้าระบบ SRT System ที่มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมด้วย
Mahogany – จะให้สีน้ำตาลแดงอ่อน
Rosewood – จะให้สีน้ำตาลเข้ม
(หากคุณจะซื้อมันโดยเลือกสี ^^)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #15 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:52:57 »

ในเรื่องของเสียง ระหว่าง Mahogany และ Rosewood
Mahogany – จะให้เสียงที่สะอาด ซาวด์ที่พุ่งกว่า เสียง overtone ในเสียงกลางที่น้อยกว่า
Rosewood – ให้เสียงที่อุ่นกว่า มีความสมดุลของเสียง มี colour ของเสียงในย่านเสียงกลางต่ำและเสียงกลาง ส่วนย่านเสียงสูงจะให้เสียงที่ใสกว่า และมี presence มากกว่าไม้ Mahogany
สำหรับ fingerboards
ในรุ่น A-3 Series จะให้ ebony fingerboards มา
ส่วนรุ่น A-1 Series จะเป็น Rosewood fingerboards

สเปคอื่นๆ เพิ่มเติม
ไม้หน้าที่ใช้ Solid Sitka Spruce
คอที่ใช้ด้วยไม้ Mahogany
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #16 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:53:19 »

ว่ากันด้วยเสียงเปล่าๆ จาก A-Series
ผมเองได้มีโอกาสลอง ทุกรุ่น แต่ผมจะให้ความสำคัญไปที่ AC3R มากที่สุด เพราะผมเองใช้งานในรุ่นนี้ทำให้ค่อนข้างพอที่จะจับแนวทางและพอจะเล่าสู่กันฟังได้ 
ถ้าพูดกันในเรื่องของการเล่นเสียงเปล่าๆ ที่ไม่ผ่านแอมป์โดยสรุปแล้ว มันค่อนข้างที่จะคุ้มราคาถ้าเปรียบเทียบกับเสียงที่ได้ มันมีความชัดเจน แนวเสียงของมันก้ำกึ่งระหว่างให้เสียงที่คมชัด และให้เสียงได้ลึก นุ่ม เบสที่มีในระดับที่พอดี มันค่อนข้างที่จะฉีกแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha ที่เคยมีมา มาถึงในรุ่นนี้ผมว่าเอาใจตลาดมากขึ้นก็ว่าได้ หากเปรียบเทียบได้กับ 2 แบรนด์ดัง (T , M) มันคงจะอยู่ใกล้เส้นกลางๆระหว่าง 2 แบรนด์นั้น แต่ใน A-Series เองก็ยังคงมีแนวทางของตัวเองร่วมอยู่ด้วย แต่มีข้อติอยู่บ้างนั่นคือในย่านเสียงเบสที่ได้จากไม้ Rosewood ในรุ่น AC3R ซึ่งมันควรจะมีเสียงที่อุ่นและหนากว่านี้ หากแต่มันยังไม่มีลักษณะที่ไปในทางไม้ Rosewood ถ้าเปรียบเทียบกับกีต้าร์ตัวอื่นๆ แต่เสียงย่านเบสของมันก็ยังคงมีเพียงพอต่อการสตรัมคอร์ดที่จะทำให้เพลงฟังดูหนาขึ้น หรือถ้ามองอีกมุมมันจะเป็นการดีที่ย่านเสียงเบสไม่มากจนฟังดูฟุ้ง , หรือกลบย่านเสียงอื่นๆ ถ้าผมมองในมุมนี้ก็คงจะผ่านเรื่องนี้ไปได้บ้าง
การเล่น Finger Style , Picking มันให้เสียงที่ชัดดีมาก ฮาร์โมนิคที่เล่นได้ง่าย และชัดเจน กังวาน A-Series ทำคะแนนได้ดีมากในเรื่องการเล่นลักษณะนี้
มาถึงตอนนี้ผมเองก็คงจะเอาสิ่งที่ตัวเองเขียนไว้มานั่งอ่านเมื่อระยะเวลาผ่านไปซัก 1 ปี เพื่อจะดูแนวทางของเสียงว่ามันมีการพัฒนาไปอย่างไร

ผมเองจะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องของงานการประกอบ เพราะผมเองมองกีต้าร์เพื่อใช้งาน หากกีต้าร์ตัวนั้นๆ คอไม่งอ ไม้ไม่ร้าว เฟร็ทไม่เรียบก็คงไม่ต้องพูดถึงกับ A-Series เพราะมันมีงานการประกอบในแต่ละส่วนในขั้นดีทีเดียว อาจจะมีบ้างเพียงเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องคอไม้ในส่วนคอที่เชื่อมกับบอดี้ที่อาจจะไม่เรียบอยู่บ้างแต่มันเป็นพียงจุดเล็กๆ ที่คุณอาจจะมองข้ามไปเลยก็ได้


* 27121_12080_1.jpg (84.5 KB, 240x193 - ดู 202 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #17 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:53:36 »

ความคิดเห็นส่วนอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ
สิ่งที่ผมชอบเพิ่มเติมในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของกีต้าร์รุ่นนี้นั่นคือ ลูกบิดที่ใช้ มันมีโอกาสที่จะเพี้ยนได้น้อยมาก มีความเที่ยงตรงสูง หมุนตั้งสายได้ง่ายและลื่นเมื่อคุณหมุนมัน ผมทดลองสตรัมคอร์ดแรงๆในการเล่นช่วงหนึ่ง เมื่อกลับมาเปิด tuner ที่อยู่ในตัวมัน มันก็ยังคงตรงอยู่อย่างเดิม
กับอีกหนึ่งจุดที่จะว่าดีหรือไม่ดีอยู่หนึ่งจุด นั่นคือ รูเสียบ Jack ที่อยู่ด้านท้ายของตัวกีต้าร์ มันแน่นมากๆ เมื่อคุณจะดึงหัวแจ๊คออกมา ผมกลัวว่ามันจะมีสักครั้งที่เผลอออกแรงมากจนจะทำให้รูแจ๊คนั้นเสียหายได้ แต่มองในมุมนึง มันกลับให้ความรู้สึกที่มั่นคง ไม่หลุดได้ง่าย  แต่ ณ ปัจจุบันนี้ความแน่นของ jack ทำให้หัวแจ๊คผมหลุดคาเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว ต้องรื้อเอาออกมาซ่อม อาจจะเป็นปัญหาหาที่สายแจ๊คผมก็ได้ที่หัวแจ๊คที่ผมใช้งานมันกำลังจะพังพอดี ^^
อีกเรื่องที่มันควรจะมี คือ Hardcase ที่ควรจะมีแถมมากับกีต้าร์ ในแบรนด์อื่นๆที่ราคาอยู่ในระดับไล่ๆ กันมีการแถม Hardcase กันแทบจะทุกยี่ห้อแล้ว และมันจะทำให้ Yamaha A-Series ดูดีมีราคามากขึ้น หากมันมาพร้อมกล่องคู่ตัว แต่อาจจะเป็นไปได้ที่มีการลดต้นทุนลงเพื่อให้ขายได้ในราคาปัจจุบันในประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีราคาขายที่ไม่แพงเลย เรียกได้ว่าถูกกว่าแทบทุกประเทศด้วยซ้ำ (หากมีราคาลด) ผมเองลองหาข้อมูลร้านขายในต่างประเทศเช่นอเมริกา  , แคนาดา ส่วนใหญ่บ้านเค้าจะมีการแถมหลายๆ อย่างรวมถึง Hardcase ด้วย และเมื่อหักราคา Hardcase ออกราคามันอาจจะเท่ากันกับบ้านเราก็ได้ ! 
สรุปผมอยากให้เพิ่ม Hardcase คู่ตัว มันจะทำให้ดูดีมีราคาและน่าใช้ขึ้นอีกมาก


* 27122_12080_1.jpg (56.74 KB, 240x187 - ดู 200 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #18 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:53:54 »

บทสุดท้ายจบลงที่ AC3R
ผมเองก่อนที่จะสั่งซื้อ Yamaha AC3R มาไว้ในครอบครอง ผมเองได้หาข้อมูลกีต้าร์แบรนด์อื่นๆ ด้วยจนคัดเหลือแค่ประมาณ 2-3 ยี่ห้อและรุ่นเท่านั้น บางรุ่นที่ผมไปลองเสียงอาจจะไม่ถูกใจนัก ผมเองจะเลือกกีต้าร์อคูสติกที่มีภาคไฟฟ้า มีบอดีที่เป็นทรง GA , Concert และเป็น Cutaway body สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมเลือกอีกอย่างนั่นคือเสียงเปล่าของมัน ผมต้องการกีต้าร์ที่มีเสียงเปล่าที่ตีคอร์ดได้อย่างไพเราะและสมกับราคาที่ผมจ่ายไป เสียงที่ต้องการขอให้ หนา นุ่ม ชัด ตอบสนองได้ทุกอย่าง บางรุ่นของแบรนด์อื่นๆ ที่ผมไปลองเสียงเบสได้แต่เยอะเกิน หรือในบางรุ่นเสียงย่านสูงก็เยอะไป จนกระทั่งผมกลับมามอง Yamaha ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ผมชอบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรียกได้ว่าติดตาม Yamaha มาตลอด ผมเองเห็น A-Series นี้ในเว็บต่างประเทศตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และคอยตามมาตลอดว่าเมื่อไหร่ที่ประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่าย และสุดท้ายผมเองก็มีไว้ไว้ในครอบครองจนได้ในวันนี้ ^^
เหตุผลที่ผมซื้อมันก็เพราะที่กล่าวไว้ในข้างต้นเมื่อสักครู่ถึงแนวเสียงที่ต้องการ กับที่สำคัญอีกอย่างคือมีราคาลดพิเศษอยู่ ซึ่งถ้าเป็นราคาขายที่เป็นราคาเต็มก็อาจจะต้องซื้อยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นแล้ว ในราคาขายที่มีการจัดราคาลดพิเศษเป็นราคาที่สามารถซื้อได้และไม่คิดมากสำหรับผม หากหลายๆ ท่านที่กำลังจะเลือกซื้อหากีต้าร์มาใช้งานสักตัว อยากจะแนะนำให้ลองมองกว้างๆ ในหลายๆรุ่น หลายๆยี่ห้อ แล้วค่อยลดกรอบลง ให้เหลือเพียงไม่กี่ตัวที่สนใจ แล้วพยายามหาข้อมูลหรือถ้าให้ดี ไปลองก่อนสักหนึ่งรอบแล้วค่อยตัดสินใจนะครับ พยายามเลือกด้วยความต้องการไม่ใช่เลือกเพราะคนั้นบอกดี คนนี้บอกเยี่ยม สุดท้ายตัวที่คุณเลือก คุณจะชอบมันมาก ^^


* 27124_12080_1.jpg (68.1 KB, 240x187 - ดู 203 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #19 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:54:09 »

ประสบการณ์เรื่องเล่าฝากไว้กับเรื่องการ setup action
ผมเองหลังจากได้กีต้าร์มาเล่นได้ไม่กี่วันรู้สึกว่า อยากให้สายนิ่มลงบ้าง เพื่อที่เวลาเล่นนานๆ จะได้ไม่เป็นอุปสรรคและความลำบากของนิ้ว ตอนแรกผมสองจิต สองใจที่จะเอาไปเซ็ท เพราะ action เดิมๆ ผมคิดว่ามันก็ ok แล้วในระดับหนึ่ง ผมสามารถเล่นได้ เพียงแค่คิดว่าอยากให้มันดีกว่านี้นิดหน่อย
หาสถานที่เอาไปทำตามที่หลายๆ ท่านแนะนำ ได้มาหนึ่งที่ ก็นัดหมายวันเวลาเอาไป setup ความต้องการที่แจ้งไว้คือ เอา action ให้นิ่มลง และต่ำลงเล็กน้อย หลังจากทำเสร็จปรากฏว่าสายมันนิ่มลง ตามที่ต้องการจริงแต่รู้สึกเสียงจะเปลี่ยนไปบ้าง ก็ ok ไม่ได้อะไรมาก หลังจากเอากลับมาบ้านสิ่งที่พบเจอคือ เสียงเบสที่หายไป , เสียงที่ไม่พุ่งดังเดิม เรียกได้ว่าทุกอย่างมันดร็อปและเปลี่ยนไปมากๆ ผมเองคิดในใจว่าเสียดายมาก ไม่น่าเอาไปทำ แต่ไม่ได้โทษช่างที่ทำเพราะเค้าทำได้ตามที่เราต้องการ เพียงแต่ผมเองลืมให้ความสำคัญกับการ setup ว่า tone เสียงอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้ เรียกได้ว่าลืมสนิทเลย มารู้สึกนึกได้อีกครั้งตอนเอากีต้าร์กลับมาแล้ว สุดท้ายเอากลับไปแก้ที่ช่างคนเดิมอีกครั้ง ในเวลานั้นผมเองอายกให้กีต้าร์กลับมาเป็นอย่างเดิมมากที่ เรื่อง action ผมไม่สนใจแล้ว มีวิธีการแก้ก็คือทางช่างจะเอา saddle ให้สูงขึ้นดังเดิม ตั้งคอ ใหม่ นั่งทำ นั่งลองไปมากกว่า 1 ชั่วโมงจนเริ่มดีขึ้น เสียงที่ห่อเอาโบ๊ะจาม๊ะ่ยว กับมาพุ่งอีกครั้ง แต่ยังได้แค่ประมาณ 70% จากเดิม สังเกตเห็นว่าช่างรอง saddle ให้สูงขึ้นด้วยไม้บางๆ เยอะมาก แสดงว่าในครั้งแรกที่ไปทำ ช่างเอา saddle ลงต่ำมากในครั้งเดียว สุดท้ายได้กีต้าร์กลับมาแค่ประมาณ 70% หากจะปรับแต่งเพิ่ม มันจะใช้เวลานานเกรงใจช่างด้วย แต่ทางช่างก็ทำให้ผมอย่างตั้งใจและเต็มที่มาก ขอชื่นชมไว้ครับ และไม่มีการเก็บเงินเพิ่มแต่อย่างใด.
ผมเองอยากจะเตือนไว้นะครับ สำหรับท่านที่จะนำกีต้าร์ไป setup ปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม ลองเช๊คลองคุยกับทางช่างก่อนถึงเรื่องแนวเสียงที่จะเปลี่ยนไป และหากต้องเอา saddle ลง ควรจะให้ช่างเอาลงทีละน้อย แล้วลองก่อนดีกว่าที่จะเอาลงไปเยอะแล้วกลับกลายเป็นว่ามันเยอะเกินไปจนต้องมาแก้ใหม่ ทุกอย่างของการ setup มีผลต่อเสียงทั้งนั้น  action ที่ต่ำลงจะทำให้เสียงเบา และความกังวานน้อยลง การที่สายนิ่มเล่นง่ายขึ้นจะทำให้เสียงย้วย , ไม่พุ่ง หากต้องการจะปรับตั้ง action ควรทำทีละน้อยแล้วลองไปด้วย ผมเองก็พอที่จะตั้ง action เป็นและพอที่จะรู้หลักบ้าง แต่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยต้องพึ่งให้ช่างชำนาญงานเป็นคนทำให้ สุดท้ายอาจจะต้องมาทำเองเพื่อเราจะได้รู้ความต้องการของเราด้วย ตอนนี้ผมเองก็จะหาซื้อ saddle ใหม่มาแทนของเดิมที่ถูกฝนออกจนต่ำแล้วต้องเอาไม้บางมารองจนหนา ก็คงจะแก้งานตรงนั้นก่อนแล้วค่อย setup ส่วนที่เหลือให้ใกล้เคียงของเดิมที่สุด และผมเองก็ได้สั่ง saddle ของรุ่นนี้มันเลยโดยผ่านสยามกลการมาเก็บไว้อีก 2 ชิ้น สำรองไว้ อย่างไรก็ฝากไว้เป็นข้อคิดนะครับ สำหรับการนำกีต้าร์ไป setup ^^


* nth10.jpg (37.25 KB, 240x180 - ดู 194 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #20 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:54:26 »

ส่งสุดท้าย
ขอให้สนุกกับบทความที่ผมเขียนขึ้นนะครับ อาจจะไม่ละเอียดในเรื่องข้อมูลเท่าไหร่ แต่คงพอเป็นแนวทางและสำหรับอ่านเพลินๆ ให้ผู้ที่สนใจได้บ้าง  รูปอาจจะนำมาจากในอินเตอร์เน็ทบ้างและเป็นรูปที่ผมถ่ายเองบ้าง ส่วนข้อมูลอาจจะมีผิดพลาดอย่างไร ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ติ ชม ได้เต็มที่ครับ ยินดีที่จะนำไว้เพื่อปรับปรุงในโอกาสต่อๆ ไป
และสำคัญที่สุดสำหรับการเขียนบทความรีวิวนี้ ต้องขอบอกว่าผมไม่ได้มีส่วนได้ ส่วนเสีย หรือมีใครจ้างวานมาให้เขียนนะครับ ผมเองเขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ ความชอบ ส่วนตัวล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับห้าง ร้านค้า หรือธุรกิจอื่นใดๆ


* lvj11.jpg (65.32 KB, 240x320 - ดู 190 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #21 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:54:43 »

ส่วนหัวของรุ่นนี้ที่ดูธรรมดา แต่ก็สวยงาม ลงตัวดี


* lry12.jpg (101.17 KB, 240x320 - ดู 210 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #22 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:54:56 »

งานเฟร็ตที่ดีมากในรุ่นนี้


* 27119_12080_1.jpg (68.53 KB, 240x193 - ดู 200 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #23 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:55:15 »

งานเฟร็ตที่ดีมากในรุ่นนี้


* 27119_12080_1.jpg (68.53 KB, 240x193 - ดู 201 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #24 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:55:49 »

คอที่ไม่ได้เคลือบเงา แต่สวยงามและเล่นได้ง่าย การเลื่อนมือไหลลื่นดี


* n2e13 (1).jpg (91.96 KB, 240x320 - ดู 219 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #25 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:56:10 »

A-Series กับคอที่ออกแบบใหม่ ทำให้เล่นได้ง่ายมากๆ


* 61m14.jpg (63.62 KB, 240x320 - ดู 228 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #26 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:56:31 »

พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจ ทุกอย่างมันค่อนข้างลงตัว !


* tjy15.jpg (61.07 KB, 240x320 - ดู 188 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #27 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 18:57:33 »

ขอบคุณที่ติดตามครับ ^^
The nate (เนศโปโล)


ขออนุญาติและขอขอบคุณ คุณ The nate (เนศโปโล) มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ สำหรับ รีวิวดีดีแจ๋วๆแบบนี้


* kly16.jpg (41.66 KB, 150x200 - ดู 202 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
CABUKI
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2778


aew3b1982@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 20:05:52 »

ภาคไฟฟ้าต้องแจ่มแน่ๆ
บันทึกการเข้า

sorawit_2499
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 305



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2012, 20:27:54 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
ชิตชัย
VIP
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15213



ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2012, 11:04:20 »


พี่เนศโปโล นี่เอง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
jozifer
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1406



ดูรายละเอียด Email
« ตอบ #31 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2012, 14:19:51 »

เอ่อ ผมไม่ใช่คุณ เนศนะครับ  ผมเอาของพี่เขามาแบ่งปันครับ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
ชิตชัย
VIP
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15213



ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2012, 21:55:03 »


ทราบครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: